ประเภทกล้องวงจรปิด

ประเภทกล้องวงจรปิด

หากจะแบ่งกล้องเป็นประเภท คงแบ่งได้หลายประเภทขึ้นอยู่กับจะใช้สิ่งใดเป็นเกณฑ์ ซึ่งจะขอแบ่งประเภทกล้องตามที่ได้พบ ซึ่งไม่ได้เป็นอะไรที่กำหนดตายตัว เพียงแค่เป็นแนวทางให้เห็นภาพรวมเท่านั้น

1.แบ่งตามสีของสัญญาณภาพ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

– กล้องสี (Color)

– กล้องขาวดำ (Black and White)

ประเภท กล้องวงจรปิด

2.แบ่งตามสถานที่ของการติดตั้ง

– กล้องติดตั้งภายในอาคาร

– กล้องติดตั้งภายนอกอาคาร

จริงๆแล้วกล้องติดตั้งภายนอกอาคาร เราสามารถนำกล้องภายในอาคารที่อาจเป็นกล้อง สี-ขาว-ดำ ทั้งแบบ Analog หรือ IP มาติดตั้งในกล่องใส่กล้อง (Housing) ที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม และการทำลาย

กล้องวงจรปิด

3.แบ่งตามรูปแบบของการติดตั้ง

– กล้องโดมแบบ Fixed

– กล้องโดม PTZ แบบ ติดเพดาน

– กล้องโดม PTZ แบบ Pipe

– กล้องโดม PTZ แบบ ติดพนัง

ในแต่ละแบบก็มีแบบที่ติดตั้งภายใน และภายนอกอาคาร และยังมีที่เป็นแบบกล้องสี-กล้องขาวดำ-กล้องDay/Night รวมถึงแบบที่เป็นแบบอนาล็อก และ IP สิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติภายในตัวกล้อง ส่วนรูปแบบการติดตั้งเป็นลักษณะภายนอกในเรื่องของการติดตั้ง

4.แบ่งตามรูปแบบการส่งผ่านสัญญาณภาพ

– กล้องอนาล็อก

– กล้อง IP

หากเป็นกล้องอนาล็อก ตุณสามารถต่อเข้าจอรับภาพเพื่อดูภาพได้ แต่หากเป็นกล้อง IP จะต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรม Web Browser อาทิ Internet Explorer , Firefox (โดยในการเรียกภาพของกล้อง IP ที่มีรูปแบบการบีบอัดภาพแบบ MPEG-4 และ H.264 อาจต้องมีการติดตั้งและเปิดการใช้งาน ActiveX หรือ บางครั้งอาจต้องใช้ Java ร่วมด้วย ส่วนการดูภาพที่มีแบบ MJPEG ส่วนมากไม่ต้องมีการติดตั้งอะไรเพิ่ม

5.แบ่งตามการใช้งาน

– กล้อง Fixed

– กล้อง PTZ

กล้อง PTZ คือ กล้อง Pan-Tilt-Zoom สามารถที่จะหมุน-ส่าย ก้ม-เงย รวมถึงการดึงภาพเข้ามา ใกล้-ไกล ได้ด้วย

6.แบ่งตามความสารถในการจับภาพในที่มืด

– กล้อง Day-Night กล้องที่ออกแบบมาให้มีความสามารถจับภาพในพื้นที่ที่มีแสงสว่างอยู่มาก และ น้อยได้ แต่ยังคงต้องมีแสงสว่างอยู่บ้าง กล้อง Day/Night มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป อาทิ Color Camera with B/W Mode คือกล้อง Day/Night ในสมัยก่อน ที่ภาวะแสงมากกล้องจะให้ภาพที่มีสี แต่หากแสงสว่าง จะให้ภาพ ขาว-ดำ

Day/Night Camera กล้องที่ออกแบบมาใช้จับภาพได้ทั้งในพื้นที่ที่มีแสงและมีแสงน้อย กล้อง Day/Night ปัจจุบันพัฒนาขึ้น นั่นคือ ภาวะที่ยังพอมีแสงสว่างและไม่ต่ำกว่าระดับความสว่างที่กล้องกำหนด จะยังคงความเป็นสีไว้ได้

แต่การจะเลือกกล้อง Day/Night สิ่งที่ควรระวังคือ  การโฟกัสเลื่อนในเวลากลางคืน ซึ่งจะขอกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง ในหัวข้อเกี่ยวกับเลนส์และเรื่องของกล้อง

– กล้อง IR หรือ กล้องอินฟราเรด เป็นกล้องที่ออกแบบมาใช้จับภาพในที่มืดสนิท อาศัยหลักการของการส่งรังสีอินฟราเรด หรือที่รู้จักกันว่าเป็นรังสีสีแดง (เนื่องจากอยู่ใต้แถบสีแดง) และเนื่องจากตาของคนเรามองไม่เห็น รังสีนี้จึงไม่เกิดการรบกวนการมองเห็นของมนุษย์ จึงมักนำมาใช้จับภาพในที่ที่มีแสงสว่างน้อย กล้อง IR จะให้ภาพที่เป็นขาวดำ และจะสว่างมากในบริเวณที่มีความของแสง IR สูง ส่วนมากเป็นบริเวณกลางภาพ แต่ข้อเสียคือ กล้อง IR ระยะจับภาพจะสั้น ส่วนมากระยะหวังผลมักอยู่ในช่วง ไม่เกิน 10 เมตร เพราะถูกจำกัดด้วยระยะทางของแสง  แต่มีบางผลิตภัณฑ์ที่ ใช้หลอด IR ที่มีกำลังส่งสูง สามารถส่งได้ไกลขึ้น  แต่ราคาก็จะสูง

นอกจากนี้  ยังสามารถใช้หลอด IR ล้วนๆ กับกล้องแบบ Day/Night ที่รองรับรังสีนี้ได้ เพื่อเพิ่มความสารถในการจับภาพในที่มืด

–  กล้อง Thermal หรือกล้องตรวจจับความร้อน ออกแบบเพื่อใช้จับภาพในที่มืด  เพราะใช้หลักการจับความร้อนจึงไม่จำเป็นต้องใช้แสงสว่างกล้อง Thermal จะให้ภาพที่เห็นเป็นเพียงเค้าโครง ไม่เห็นรายละเอียด ถ้าจะใช้จับภาพคน จะเป็นเพียงตรวจจับได้ว่ามีผู้บุกรุก แต่ไม่สามารถบอกนหน้าตาได้ กล้อง  Thermal มักใช้ในทางการทหาร แต่ก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้ติดตั้งในพื้นที่หวงห้าม เพราะกล้อง Thermal สามารถจับภาพได้ไกลมากกว่ากล้องอินฟราเรด

7.แบ่งตามความคงทนของการใช้งาน

– กล้องภายนอกอาคารจะไม่ทนทานต่อการทำลายล้าง

– กล้องแบบ Vandal Resistant อาจรวมถึงการทนต่อแรงระเบิดด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นกล้องที่มีความทนทานมาก สามารถทนแรงกระแทก-ไฟ-ระเบิด กล้องแบบ Vandal Resistant มีความทนทานสูงมากแต่ราคาแพง

8.แบ่งตามความละเอียดในสัญญาณภาพที่ได้

-กล้องความละเอียดสูง

-กล้องธรรมดา

9.แบ่งตามรูปลักษณ์ภายนอกของกล้อง

– Bullet Camera เป็นกล้องที่ออกแบบ เพื่อให้มีขนาดเล็ก เหมาะกับการซ่อนไม่ให้ใครรู้ว่ามีการติดตั้งกล้อง

– PCB Camera กล้องที่ไม่ได้ทำการใส่กล่อง หรือบรรจุภัณฑ์ เหมาะกับการนำไปติดตั้งในอุปกรณ์ต่างๆเพื่อไม่ให้ใครทราบว่ามีการติดตั้งกล้อง

– กล้องที่มีรูปทรง อาทิ  กล้องที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือน Smoke Detector , ป้ายทางออก ฯลฯ

7 ขอควรรู้ ก่อนเข้าเฝ้า น้อมถวายความอาลัย

7 ขอควรรู้ ก่อนเข้าเฝ้า น้อมถวายความอาลัย

หากใครที่จะไปเข้าเฝ้า น้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องรู้ก่อนไปคือสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

เนื่องด้วยสำนักพระราชวัง มีการประกาศเผยแพร่ เรื่อง การถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ  โดย พระราชทานพระราชานุญาติให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบแล้ว 15 วัน แต่ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้ประกาศเลื่อนการเปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ โดยกำหนดเป็นวันที่ 29 ต.ค. 59 เวลา 09.00-16.00 น. จากเดิมที่ให้เข้าในช่วงบ่ายของวันที่ 28 ต.ค. 59 วันนี้ เราจึงขอมาแนะนำการเตรียมตัวสำหรับประชาชนทั่วไปที่จะเข้าเฝ้าฯ น้อมถวายความอาลัยพระบรมศพ ซึ่งมีดังตอไปนี้

  1. ควรศึกษาเส้นทางการเดินทาง โดยรถสาธารณะ เรือโดยสารสาธารณะ รวมทั้งรถที่เอกชน-ประชาชนร่วมกันจัดให้บริการแก่ประชาชน หากเป็นไปได้ท่านไม่ควรนำรถส่วนตัวเข้าไปในพื้นที่เขตพระนครชั้นใน  ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง เนื่องจากมีที่จอดรถจำนวนจำกัด และอาจกีดขวางการจราจร
  2. สำหรับการแต่งกาย กางเกงรัดรูป กางเกงขาด และกางเกงปะ ใส่เข้าไปไม่ได้ สำหรับเสื้อไม่มีแขนห้ามใส่ แต่เสื้อยืดคอกลมมีแขน ไม่มีปกสามารถใส่ได้
  3. ส่วนรองเท้า ถ้าใครใส่รองเท้าแตะหรือว่ารองเท้ารัดส้น สามารถใส่ไปได้ แต่ว่าก่อนเข้าไปไหว้ท่าน ต้องถอดวางด้านนอก ถ้าเป็นหุ้มส้นใส่เข้าไปได้เลย ส่วนใครที่ไม่สะดวกหุ้มส้น ก็ใส่แตะหรือรัดส้นได้ เอาถุงไปเผื่อใส่รองเท้าไว้ด้วยก็ดี ถ้ากลัวหาย
  4. ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม และสิ่งของประจำตัว เนื่องจากการเข้าเฝ้าฯถวายบังคมพระบรมศพ มีประชาชนหลั่งไหลเข้าพระบรมมหาราชวังเป็นจำนวนมาก ควรเตรียมผ้าเช็ดหน้า ยาดม ยาหอม พัดมือ ร่มหรือหมวก รวมถึงน้ำดื่มไปด้วย
  5. ควรสอบถามข้อมูลจากเจ้าพนักงาน และเข้าแถวให้เป็นระเบียบ สำหรับประชาชนที่เดินทางเข้าเฝ้าถวายบังคมพระบรมศพ ควรจะสอบถามเจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่ไปร่วมสักการะในบริเวณนั้นเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาและจะได้เข้าคิวได้อย่างเป็นระเบียบและถูกต้อง
  6. เมื่อตอนเข้าไปไหว้ท่าน เจ้าหน้าที่จะให้ยืดแขนและแตะไหล่คนที่อยู่ด้านหน้า ให้ทำตาม เพราะไม่งั้นจะไม่มีที่ว่างพอให้เราได้ก้มกราบ เพราะคนจะเยอะมากๆๆ แต่การจัดการจะค่อนข้างไว พอเข้าไปแล้วไม่รอนาน
  7. สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การหยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน ไม่ทำให้พื้นที่นั่นสกปรก และช่วยกันรักษาความสะอาดในสถานที่ หากพบเจอเศษขยะ รวมถึงไม่ควรจุดเทียนถวายอาลับที่บริเวณกำแพงพระบรมมหาราชวังโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดรอยไหม้ได้ ตามที่ในข่าวประจำวัน